ชุมชนมัสยิดช้างคลานเชียงใหม่

ประวัติชุมชนมัสยิดช้างคลานเชียงใหม่ มัสยิดติดอันดับ ของความเก่าแก่

ชุมชนมุสลิมมัสยิดช้างคลาน

2393 โดยมีท่าน มุฮัมมัด อุสมาน อาลี เมยายี กับภรรยาชาวพม่า พร้อมน้องชายและน้องภรรยาซึ่งนับถือศาสนาพุทธ ในตอนแรกตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ทางทิศใต้ของกำแพงเมือง แต่หลังจากอยู่มาได้ 2-3 ปี ก็พบว่าอยู่ใกล้กับคุ้มเจ้าครองนครมากเกินไป และแวดล้อมด้วยชุมชนของชาวพุทธ ทำให้ไม่สะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจ ท่านมุฮัมมัดและภรรยาจังได้ย้ายออกไปอยู่ในบริเวณซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวมุสลิมย่านช้างคลานปัจจุบันซึ่งห่างจากกำแพงเมืองเก่าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยปล่อยให้น้องชายและน้องสาวของภรรยาซึ่งนับถือศาสนาพุทธยังคงอยู่ในชุมชนของชาวพุทธต่อไปต่อไป
10 กว่าครัวเรือน และจำนวนประชากรไม่ถึง100คน
(-สุเทพ สุนทรเภสัช. ชาติพันธ์: แนวคิดพื้นฐานทางมานษยวิทยาในการศึกษาอัตลักษณ์ กลุ่มชาติพันธ์กรุงเทพฯ:ส.น.พ.เมืองโบราณ)
สิทธิในที่ดินซึ่งชาวปากีสถานมุสลิมและครอบครัวเข้าไปตั้งบ้านเรือนได้รับพระราชทานจากเจ้าเมืองเชียงใหม่ ประกอบกับพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของชุมชนที่ดินที่ใช้ในการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ ในระยะเริ่มแรกของการตั้งถิ่นฐานมีมุสลิมอยู่เพียง
ชาวอินเดียเชื้อสายบังคลาเทศกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่อพยพมาจากประเทศพม่าในปี พ.ศ.

มัสยิดอัลยาเมี๊ยฮ์ ช้างคลาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของมุสลิมย่านนี้ มีประชากรประมาณกว่า2,000คนหรือประมาณ400ครอบครัว
เดิมมัสยิดช้างคลาน อยู่ติดกับฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ซึ่งเรียกกันว่า ท่าปู่ก้อน ตั้งอย่ถนนเจริญประเทศปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้น พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งนาอุดมสมบรูณ์สำหรับเลี้ยงสัตว์ และเมื่อประชากรมุสลิมที่อพยพจาก ประเทศอินเดีย พม่า มาลายู ได้มารวมตัวกันมากขึ้น ท่าน
อุสมาน มูฮักมัด อุสมาน อาลี เมยายี คนเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นแกนนำผู้อพยพในขณะนั้น ได้รวบรวมสมาชิกช่วยกันสร้างมัสยิดเป็นตัวอาคารทำด้วยไม้ไผ่ หลังคามุ่งแฝก เพื่อใช้เป็นสถานที่นมาซ อันเป็นศาสนบัญญัติสำคัญยิ่งของชาวมุสลิมที่ทุกคนต้องกระทำทุกวัน ๆละ ๕ เวลาและเป็นที่สำหรับการเรียนการสอนหลักคำสอนของศาสนา ท่านอุสมาน เมยายี เป็นครูผู้สอน และท่านได้รับเลือกจากสมาชิกในชุมชนขณะนั้นให้ดำรงตำแหน่ง อีหม่าม (ผู้นำทางศาสนาของชุมชน) เป็นท่านแรกและแห่งแรกของชุมชนมุสลิมจังหวัดเชียงใหม่

ต่อมาที่บริเวณท่าปู่ก้อน ถูกน้ำเซาะตลิ่งพัง ลงทุกปีในฤดูน้ำหลาก ท่านอุสมานเมยายี

จึงมองหาแห่งใหม่ในการสร้างมัสยิดให้มีความแข็งแรงมากขึ้นและท่านรับความเมตตาจากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในขณะนั้น บริจาคที่ดินซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๓ งานเศษ สร้างเป็นมัสยิดแห่งใหม่ คือบริเวณที่เป็นที่ตั้งมัสยิดปัจจุบัน บนถนนเจริญประเทศซอย ๑๓ ตำบลช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ ในการก่อสร้างมัสยิดแห่งใหม่นี้ ตัวอาคารทำด้วยไม้เนื้อแข็ง และหลังคามุ้งด้วยกระเบื้องดินเผา

ในขณะนั้นท่านเป็นที่เคารพนับถือของปวงสัปปุรุษโดยทั่วไปในชุมชน และยังเป็นที่ไว้วางใจของเจ้านายฝ่ายเหนือ ท่านจึงรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ และมีความสำคํญเป็นอย่างมากของทางราชการในขณะนั้น เพื่อทำหน้าที่ดูแลความทุกข์สุขแก่ชาวบ้านในตำบลช้างคลาน โดยส่วนรวม หลังจากนั้นไม่นานท่านอุสมาน เมยายี ได้ถึงแก่กรรม มีลูกหลานที่คอยสืบสานเจตนารมณ์อันมั่นคงบนพื้นฐานหลักคำสอนของอิสลาม ให้คงอยู่สืบไป ยังคนรุ่นหลัง คือ แม่อุ้ยดำ (นางอาอีซะ) แม่อุ้ยน้อย และแม่เรียม

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๓ แม่เรียมและลูกหลาน คือนายคำ มะหะหมัด ได้ช่วยกันเป็นกำลังสำคัญ ในการก่อสร้างมัสยิดขึ้นใหม่ เพื่อรองรับสัปปุรุษ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ด้วยความร่วมมือของบุคคลสำคัญของชุมชน ได้แก่ ท่านพญาผดุงกิจ (บุตรของทานซาฟัด อาลี ทันดอน) ซึ่งเป็นบุคคลอีกท่านหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งชุมชนมุสลิมชางคลานรุ่นบุกเบิกร่วมกับท่าน อุสมาน เมยายี ต่อมาท่านได้รับแต่งตั้งเป็น ขุนศรีจันทร์ดร และเป็นต้นตระกูลศรีจันทร์ดร พ่อบุกชุ (ต้นตระกูล ศรีอรุณ) อารีม (ต้นตระกุล มูตีเมีย) โดยก่อสร้างมัสยิด ๑๐ ศอก ยาว ๒๖ ศอก มีระเบียงเป็นมุขอยูด้านหน้า

เป็นบุคคลสำคัญของเชียงใหม่ อีกท่านหนึง ท่านเป็นประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่
เป็นท่านแรกของเชียงใหม่ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้จดทะเบียนมัสยิด อย่างถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนด ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ คณะกรรมการและสัปปุรุษ ได้ทำการปรับปรุงอาคารมัสยิด ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยก่อสร้างเป็นอาคารแห่งใหม่ ที่มีอาณาบริเวณกกว้างขว้างขึ้น เนื่องจากสัปปุรุษ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ที่ดินทางทิศตะวันออกของมัสยิด มูลนิธิอัลญามาลได้ซื้อจากเจ้าของเดิมและบริจาคให้มัสยิด คุณจำนง นา นา ได้บริจาคที่ดินทางทิศเหนือ ทำการก่อสร้างอาคารสถาบันการศึกษาอิสลาม ปัจจุบันมัสยิช้างคลานมีที่ดินรวมทั้งสิน ๑ ไร่ ๔๘ ตารางวา มีอาคารถาวรรวมทั้งอาคารมัสยิด จำนวน ๓ หลัง

จากอดีตจนถึงปัจจุบันมัสยิดช้างคลานมีบุคคลที่ทำหน้าที่ เป็นอีหม่ามต่อจากท่านมูฮัมหมัด อุสมาน เมยายี ที่พอจะมีหลักฐานปรากฏ อยู่ ๑๔ ท่านดังนี้

ท่านอีหม่ามเมาลาวี กะซีมะดิน

ท่านอีหม่ามมุลลาทะดัด

ท่านอีหม่ามเมาลาวี มหะมัด

ท่านอีหม่ามสุจาเมีย

ท่านอีหม่าม กอรี กะซีมะดิน

ท่านอีหม่ามฮัจญีอับดุลมับบาร

ท่านอีหม่าม เมาลาวี อัลดุลสัตตาร

ท่านอีหม่ามฮัจญีศรีบุตร วารีย์

ท่านอีหม่ามหะพิชมุฮัมมัด สุลฏอ

ท่านอีหม่ามมักบุล

ท่านอีหม่ามอาริสหมาน

ท่านอีหม่ามอ๊อด ศรีจันทร์ดร

ท่านอีหม่ามสุกีร ฮานฟี

ท่านอีหม่ามวาทย์ ศรีจันทร์ดร (ปัจจุบัน)*

ที่มา

หนังสือมรดกศาสนาในเชียงใหม่ภาค ๒ ประวัติและการพัฒนาการของศาสนาในเชียงใหม่

จัดทำโดย คณะทำงานฝ่ายวบรวมประวัติและพัฒนาการของศาสนาในเชียงใหม่

ภาคศาสนาอิสลาม โดย สุชาติ เศรษฐมาลินี และคณะ

ในโอกาสสมโภชน์เชียงใหม่ ๗๐๐ ปี (๑๘๓๙-๒๕๓๙)

จัดพิมพ์โดย คณะอนุกรรมการด้านศาสนางานสมโภชเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี จังหวัดเชียงใหม่

พิมพ์และรวบรวมนำเสนอ โดย นายชุมพล ศรีสมบัติ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๑

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

เกี่ยวกับ muslimlanna

คู่ต้อสู้ สิงโตพบเจอกับหมาบ้าตัวหนึ่ง มันรีบหลบหมาบ้าตัวนั้น ลูกสิงโตเห็นพ่อสิงโตทำเช่นนั้น มันรู้สึกผิดหวังในตัวพ่อสิงโตมาก “พ่อครับ พ่อกล้าต่อกรกับเสือและซีต้า แต่วันนี้พ่อกลับหลบหมาบ้าธรรมดาๆตัวหนึ่ง ผมละขายหน้าแทนพ่อจริงๆ” พ่อสิงโตจึงเอ่ยกับลูกว่า “ลูกเอ๋ย กัดกับหมาบ้าชนะมันน่าภูมิใจนักหรือ?” ลูกสิงโตส่ายหัว “หากโดนหมาบ้ากัดเสียหายไหม?” ลูกสิงโตพยักหน้า “ในเมื่อมันไม่คุ้มค่า เราจะเผชิญหน้ากับหมาบ้าให้เปลืองแรงเปลืองใจไปทำไมล่ะ?” อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ไม่ใช่ใครๆก็คู่ควรเป็นคู่ต้อสู้ของเรา ยิ้มแล้วเดินจากไป ดีกว่าปล่อยให้มันกัดเอา เพราะคนที่พร้อมจะกัดกับหมาบ้ามีอยู่ถมเถไป!
ข้อความนี้ถูกเขียนใน มัสยิดในล้านนา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s