อิสลามในจีน ตอนที่สี่ ชาวทาจิก,ชาวตงเชียง

อิสลามในจีน ตอนที่สี่

โดย Nisreen Pattararuangwilai

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ชาวทาจิก

ชาวทาจิกเป็นชนตระกูลEuropa เชื้อสายอินเดียผสมเมดิเตอร์เรเนียน คำว่าทาจิกเป็นภาษาของชนชาติดังกล่าว แปลว่ามงกุฎของพระราชา แหล่งกำเนิดของชนดังกล่าวนั้น สามารถไล่ไปถึงหลายศตวรรษก่อนคริสศักราช มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่บริเวณทิศตะวันออกของเทือกเขาปาร์มีนอต  ชาวทาจิกมีภาษาเป็นของตัวเองเป็นภาษาตระกูลอีหร่าน-ยุโรป แต่เนื่องจากการติดต่อสมาคมกับชาวอุยกูรเป็นส่วนมาก จึงทำให้สามารถใช้ได้ดีทั้งภาษาอุยกูรและภาษาคีร์กีซ  ชาวทาจิกกระจายอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้อำเภอ ta’shiku’ergan และshache,zepu,yechengของมณฑลซินเจียง เป็นต้น ซึ่งเป็นจุดที่มีความสำคัญมากของเส้นทางสายไหมในอดีตกาล  สามารถกล่าวได้ว่าบรรพบุรุษของชาวทาจิกนั้นถูกปลูกฝังและเจริญเติบโตท่ามกลางวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก  ตามการสำรวจประชากรเมื่อปี 2000 มีประชากรของชาวทาจิกทั้งหมดประมาณ 41,000 คน
ราวศตวรรษที่ 10 ศาสนาอิสลามเริ่มเผยแพร่เข้าสู่ราชวงค์ Qarakhnids ซึ่งมีผลกระทบต่อชาวทาจิกมาก ต่อมาจึงทำให้ชาวทาจิกกลายเป็นกลุ่มชนที่นับถือศาสนาอิสลามทั้งหมด ก่อนสมัยราชวงศ์ชิงสภาพเศรษฐกิจและสังคมของชาวทาจิกนั้นพัฒนาค่อยข้างช้า หลังจากนั้นท่ามกลางการช่วยเหลือของชาวฮั่น ชาวอุยกูร เป็นต้น จึงทำให้การผลิตทางด้านต่างๆ ของชาวทาจิกยกระดับสูงขึ้นเช่น ทางด้านเกษตรกรรม ชลประทาน  การแปรรูปและเพาะเลี้ยงสัตว์ต่างๆ หลังจากการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ชาวทาจิกยึดอาชีพปศุสัตว์เป็นหลักจึงได้ใช้ชีวิตแบบปศุสัตว์เป็นหลัก

ศิลปะทางด้านวรรณกรรมของชาวทาจิกนั้นมีความหลากหลาย รวมทั้งการเต้นระบำก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าตำนานเรื่องเล่าหรือเพลงและการระบำของชาวทาจิกนั้นล้วนแต่มีความสัมพันธ์กับนกอินทรีย์ เช่นมีการระบำอินทรีย์ มีขลุ่ยแบบอินทรีย์ ซึ่งเป็นขลุ่ยที่ทำมาจากปีกของนกอินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับนกอินทรีย์อีกมากมาย  จึงสามารถกล่าวได้ว่านกอินทรีย์นั้นเป็นสัญลักษณ์ของวีระบุรุษในดวงใจของชาวทาจิก และยังมีการสันนิฐานว่าบรรพบุรุษของชาวทาจิกนั้นอาจมีการเคารพบูชานกอินทรีย์ นอกจาก

ชาวทาจิกนิยมทานอาหารประเภทเนื้อ ข้าวต้มนมและขนมเปียะต้มนม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการนิยมทานอาหารประเภทนม แป้งและเนื้อของชาวปศุสัตว์ ส่วนมากจะทานนาน(馕) และดื่มโจ๊กนม ธัญญาหารที่ทำมาจากนมแผ่น เนย เป็นต้น และชาวทาจิกยังนิยมดื่มชานมอีกด้วย  ชาวทาจิกเป็นชนที่รักและถนอมเกลือ ถ้ามีบุคคลใดที่เหยียบทำลายเกลือหรืออาหารต่างๆ ก็จะถือว่าคนคนนั้นเป็นคนบาป ฉะนั้นถ้าเห็นว่ามีเกลือหรืออาหารหล่นอยู่บนพื้นก็จะต้องเก็บทันที    นอกจากนี้แล้วพวกเขายังเป็นชนที่รักและถนอมสัตว์เลี้ยงต่างๆ มีข้อห้ามในการรังแกสัตว์ค่อนข้างมาก เช่นห้ามแตะและตบตีแกะหรือวัว ห้ามให้มีการขี่ม้าผ่านคอกแกะ และห้ามมีการซื้อขายสัตว์เลี้ยงในวันพุธและวันอาทิตย์เป็นต้น

ผู้ชายชาวทาจิกชอบสวมหมวกทรงกลมสูงเป็นผ้ากำมะหยี่สีดำ  ส่วนผู้หญิงสวมหมวกทรงกลมสูงที่เป็นรูปปักดอกไม้ และมีระบายด้านหลังหมวกและนิยมคลุมด้วยผ้าสีขาวอีกชั้น ถ้าเป็นเจ้าสาวนิยมเป็นผ้าสีแดง

ชาวทาจิกส่วนมากนับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ โดยปกติแล้วจะไม่ถือศีลอดและไม่ทำฮัจญ์ จะละหมาดเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น เทศกาลต่างๆของชาวทาจิกจึงมีความสัมพันธ์กับศาสนาอิสลามเช่นเทศกาลโคมไฟ ที่จัดขึ้นในสองวันแรกของเดือนซะบานก่อนเดือนรอมฎอน เมื่อถึงเทศกาลดังกล่าวก็จะมีการจุดเทียน ในแต่ละครอบครัวนั้นมีหัวหน้าครอบครัวเป็นผู้ประกอบพิธี โดยให้มีการนั่งเป็นวงกลมแล้วขานชื่อของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแล้วก็จะจุดเทียนให้ เมื่อครอบคนคนทั้งบ้านก็จะเอามือวางบนเทียนแล้วก็ภาวนาขอความสันติสุข เมื่อเสร็จพิธีก็จะมีการรับประทานอาหารร่วมกัน และมีการนำเทียนที่เล่มใหญ่ที่สุดวางบนหลังคา ขณะเดียวกันก็มีการจุดไฟหน้าบ้านเพื่อขับไล่มาร คนหนุ่มสาวนั้นก็จะมีการร้องรำทำเพลงตลอดทั้งคืน

ชาวตงเซียง

ชาวตงเซียงมีประชากร  373,872  คน กระจายอยู่ในมณฑลกานซู มณฑลชิงไห่ มณฑลหนิงเซี่ยะและมณฑลซินเจียง ภาษาตงเซียงเป็นภาษาที่มีความคล้ายคลึงกับมองโกล  แต่เป็นภาษาที่ไม่มีตัวอักษร ปกติแล้วจะพูดภาษาจีน ความเป็นอยู่และศาสนาความเชื่อของชาวตงเซียงนั้นมีความคล้ายคลึงกับชาวหุยในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ

ราวปี ค.ศ.1206  เตมูจินได้ครองครองชาวมองโกลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และสามารถสร้างกองทัพที่แข็งแกร่ง ในปีคศ 1219จึงนำกองทัพเข้าสยบทางด้านตะวันออกกลาง หลังจากที่สามารถเอาชนะได้แล้วจึงหันมารบกับอาณาจักรซีเซียะ มีการสร้างทางเดินรถไฟเข้าสู่อาณาจักรจีน ขณะนั้นชาวมองโกลต้องคอยเฝ้าระวังการการโจมตีคืนของชาวตะวันออกกลาง จึงจำเป็นต้องรวบรวมกองกำลังจากชาว Sa’eta  โดยมีการบังคับช่างประเภทต่างๆ เข้าร่วมกองทัพ จนกระทั่งจัดสรรให้ช่างกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในเมืองหลินเซี่ยะปัจจุบัน หลังจากนั้นก็ได้ให้ช่างต่างๆ เป้นฝ่ายบริการกองกำลัง โดยแบ่งช่างออกเป็นช่างเงิน ช่างถ้วยชาม เป็นต้น  ชาว Sa’etaตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองดังกล่าว มีการผสมผสานทางด้านวัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่กับชาวหุยในพื้นที่ จนกลายเป็นกลุ่มชนชาติ ใหม่คือชาวตงเซียงนั่นเอง  แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานทุกวันนี้ชาวตงเซียงก็ยังคงเรียกตัวเองว่าเป็นชาว Sa’etaอยู่เสมอ

พิธีแต่งงานของชาวตงเซียงนั้นได้รับผลกระทบจากศาสนาอิสลาม โดยปกติแล้วพ่อแม่จะเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกคู่ครอง ชายหญิงไม่มีสิทธิ์พบกันก่อนแต่งงาน ส่วนมากเป็นการพูดคุยผ่านแม่สื่อ

 

ศิลปวัฒนธรรมของชาวตงเซียงนั้นค่อนข้างหลากหลาย ชาวตงเซียงนั้นนิยมร้องและระบำเพลงพื้นเมืองที่เรียกว่า“huar”     นอกจากนี้แล้วยังมีการละเล่นต่างๆ เช่น การแข่งม้า แข่งปาดิน  การเป่นปี่เป็นต้น 

ยามว่างหลังหารเก็บเกี่ยวผู้ชายชาวตงเซียงจะนิยมรวมตัวกันเพื่อ “Chipinghuo ” นั่นก็คือรวมตัวกันเพื่อจัดเลี้ยง โดยมีการนำแกะมาต้มซุปทั้งตัว ทานต้มบะหมี่  ดื่มน้ำชา ทานขนมเปียะและพูดคุยกัน หลังจากที่อิ่มหมีพลีมันก็ห่ออาหารที่เหลือกลับบ้านกันคนถุง โดยที่ทุกๆ คนก็ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเท่าๆ กัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

http://baike.baidu.com/view/4164.htm

http://baike.baidu.com/view/5026.htm

http://www.china.com.cn/ch-shaoshu/index43.htm

http://www.yn456.com/lvyougongnue/mingzu_dongxiangzu.htm

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

บทความของ

Nisreen Pattararuangwilai

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

Advertisements

เกี่ยวกับ muslimlanna

คู่ต้อสู้ สิงโตพบเจอกับหมาบ้าตัวหนึ่ง มันรีบหลบหมาบ้าตัวนั้น ลูกสิงโตเห็นพ่อสิงโตทำเช่นนั้น มันรู้สึกผิดหวังในตัวพ่อสิงโตมาก “พ่อครับ พ่อกล้าต่อกรกับเสือและซีต้า แต่วันนี้พ่อกลับหลบหมาบ้าธรรมดาๆตัวหนึ่ง ผมละขายหน้าแทนพ่อจริงๆ” พ่อสิงโตจึงเอ่ยกับลูกว่า “ลูกเอ๋ย กัดกับหมาบ้าชนะมันน่าภูมิใจนักหรือ?” ลูกสิงโตส่ายหัว “หากโดนหมาบ้ากัดเสียหายไหม?” ลูกสิงโตพยักหน้า “ในเมื่อมันไม่คุ้มค่า เราจะเผชิญหน้ากับหมาบ้าให้เปลืองแรงเปลืองใจไปทำไมล่ะ?” อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ไม่ใช่ใครๆก็คู่ควรเป็นคู่ต้อสู้ของเรา ยิ้มแล้วเดินจากไป ดีกว่าปล่อยให้มันกัดเอา เพราะคนที่พร้อมจะกัดกับหมาบ้ามีอยู่ถมเถไป!
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s