สูตรการทำเนื้อน้ำค้าง(กังปา) ของคนจีนมุสลิมยูนนานที่เชียงใหม่

ภูมิปัญญาชาวบ้าน

เนื้อน้ำค้าง (กังปา)

เนื้อน้ำค้างมาจากไหน???

เนื้อน้ำค้าง(กังปา)เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านจากประเทศจีน ซึ่งเป็นการถนอมอาหารเพื่อมีไว้รับประทานในช่วงที่ไม่สามารถออกทำมาหากินได้  เนื่องจากหิมะตกหนัก (คนจีนมุสลิมในพื้นที่เชียงใหม่เชียงรายเรียกว่า “กังปา”)

เนื้อน้ำค้าง เกิดจากการ ถนอมอาหารของชาวจีน ยูนาน เชื้อสายอิสลาม เป็นกรรมวิธีที่แปลก คือ เมื่อเลือกเนื้อที่มีคุณสมบัติตามตำหรับแล้ว นำเนื้อมาหมักกับเครื่องเทศ ทิ้งไว้ 1 คืน นอกตู้เย็น แล้วจึงนำเนื้อที่หมักนั้น ชักรอกขึ้นไว้บนเสาสูง ให้สูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้เพื่อที่จะได้รับน้ำค้าง ในเวลากลางคืน ได้แดดในเวลากลางวัน ความสูงยังจะทำให้เนื้อ มีความสะอาดพ้นจากแมลงวัน และ มลภาวะต่างๆ จะทำได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น โดยใช้เวลาเกือบ 1 เดือนกว่าจะได้เนื้อ น้ำค้างที่แสนอร่อย ในสมัยโบราณ จะแขวนเนื้อนี้ไว้ข้างบนตลอดเวลา เมื่อต้องการรับประทาน ก็จะนำลงมา ตัดเอาแค่พอมื้อ ส่วนที่ยังเหลือก็จะชักรอกขึ้นไว้เหมือนเดิม ทำแบบนี้จนหมด เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของชาว ยูนานมุสลิม เป็นอาหาร อันโอชะ ที่ทุกครัวเรือนรอคอย เป็นหนึ่งของ อาหารมุสลิมที่ใครๆ ก็ถามถึง

คนไทยรู้จักเนื้อน้ำค้างได้อย่างไร

ชนกลุ่มน้อยจากประเทศจีนได้อพยพมาตั้งถิ่นฐาน อยู่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยเป็นจำนวนมาก  ด้วยเหตุนี้จึงได้นำภูมิปัญญาจากประเทศจีน คือการทำเนื้อน้ำค้าง ซึ่งเป็นการถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้รับประทานได้นาน ๆ และได้มีการสอนและแบ่งปันให้แก่คนในพื้นที่และได้เผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง  จนเป็นที่รู้จักถึงปัจจุบัน

เนื้อน้ำค้างเป็นการถนอมเนื้อที่ต้องใช้ทั้งแสงแดดและความเย็นเข้าด้วยกันในประเทศไทยฤดูที่เหมาะแก่การตากเนื้อน้ำค้างคือ ฤดูหนาวโดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน เนื่องจากเนื้อจะต้องได้รับทั้งแสงแดดความเย็นและน้ำค้างเข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อแห้งจากข้างนอกจนถึงข้างในโดยไม่เน่าเสีย

เนื้อ  1กิโลกรัม เมื่อแห้งสามารถนำมาทานได้ จะมีน้ำหนักเหลือ ประมาณ ½ กิโลกรัม หรืออาจน้อยกว่านั้น
ระยะเวลาตั้งแต่ลงมือนวดด้วยเกลือ,  หมักเพื่อให้ความเค็มซึมเข้าไปในเนื้อ  , ตากทั้งแสงแดดและความเย็นเพื่อรักษาเนื้อไม่ให้เน่าเสีย  จนสามารถนำมาทอดเพื่อรับประทานได้  ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

ขั้นตอนการทำ

เนื้อน้ำค้าง

ยยย

มีการชั่งตวงวัดปริมาณของเนื้อและเกลือ ให้เหมาะสมกัน

ป้องกันไม่ให้เนื้อเค็มเกินไป

ooo

ใช้เนื้อส่วนตะโพกเป็นหลัก นำมาแล่เป็นชิ้นขนาดพอดีเพื่อง่ายต่อการนวด และ ตาก

oo

ขั้นตอนนี้คือการนวด  จากเนื้อและเกลือที่ได้เตรียมเอาไว้

[[[
เมื่อนวดเสร็จแล้วนำไปเก็บไว้กับภาชนะที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกประมาณ 2 –3 วัน

pp

นำออกมาตากในที่โล่ง ให้ได้รับทั้งแสงแดดในตอนกลางวันความเย็นในตอนกลางคืนและน้ำค้างในตอนเช้า

pp

หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ใส่ภาชนะที่แห้งสนิท แล้วเก็บใส่ตู้เย็น

อยากทานเมื่อไหร่ก็นำออกมาทอด รับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ

รับรองอร่อยจนหยุดไม่ได้
ภาพและเรื่องโดย คุณพยานรัก ฟูชื่น

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

http://www.muslimchiangmai.net

ผู้เขียน: muslimlanna

คู่ต้อสู้ สิงโตพบเจอกับหมาบ้าตัวหนึ่ง มันรีบหลบหมาบ้าตัวนั้น ลูกสิงโตเห็นพ่อสิงโตทำเช่นนั้น มันรู้สึกผิดหวังในตัวพ่อสิงโตมาก “พ่อครับ พ่อกล้าต่อกรกับเสือและซีต้า แต่วันนี้พ่อกลับหลบหมาบ้าธรรมดาๆตัวหนึ่ง ผมละขายหน้าแทนพ่อจริงๆ” พ่อสิงโตจึงเอ่ยกับลูกว่า “ลูกเอ๋ย กัดกับหมาบ้าชนะมันน่าภูมิใจนักหรือ?” ลูกสิงโตส่ายหัว “หากโดนหมาบ้ากัดเสียหายไหม?” ลูกสิงโตพยักหน้า “ในเมื่อมันไม่คุ้มค่า เราจะเผชิญหน้ากับหมาบ้าให้เปลืองแรงเปลืองใจไปทำไมล่ะ?” อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ไม่ใช่ใครๆก็คู่ควรเป็นคู่ต้อสู้ของเรา ยิ้มแล้วเดินจากไป ดีกว่าปล่อยให้มันกัดเอา เพราะคนที่พร้อมจะกัดกับหมาบ้ามีอยู่ถมเถไป!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s