มุสลิมย่านช้างคลาน ถนนเจริญประเทศ เชียงใหม่

มุสลิมย่านช้างคลาน ถนนเจริญประเทศ เชียงใหม่

บ้านเก่าย่านเจริญประเทศของนายคำ นานามะหะหมัด น้องชายของพ่อมาสเซอร์สมาน ยอนตระกูล อาชีพค้าขายผ้ามีร้านอยู่ที่ถนนท่าแพ.
ถนนระแกงเป็นถนนแบ่งชุมชนคริสต์โรมันคาทอลิกกับชุมชนมุสลิม

ชุมชนมุสลิมย่านถนนเจริญประเทศและถนนช้างคลานมักอพยพมาจากประเทศอินเดียและปากีสถานเป็นส่วนใหญ่
ประวัติชุมชนมุสลิม ข้อมูลจากหนังสือประวัติและพัฒนาการศาสนาในเชียงใหม่ ซึ่งจัดพิมพ์เนื่องในงานสมโภชเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ระบุว่าประวัติความเป็นมาของมุสลิมในเชียงใหม่ ชาวมุสลิมมี ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มเสื้อสายปากีสถาน-อินเดียและเชื้อสายจีนยูนนาน
ชาวมุสลิมเชื้อสายปากีสถานได้อพยพย้ายถิ่นมาจากทางภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย(ต่อมาภายหลังกลายเป็นประเทศปากีสถานตะวันออกและกลายเป็นประเทศบังคลาเทศในที่สุด) เข้าสู่ภาคเหนือของไทยโดยผ่านมาทางประเทศพม่า ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเลี้ยงปศุสัตว์วัว ควาย แพะ แกะและขายของแบบหาบเร่

มุสลิมเชื้อสายปากีสถาน-อินเดีย กลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่บ้านมัสยิดช้างคลานตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๑๓ กลุ่มต่อมาคือ ชาวมุสลิมย่านมัสยิดช้างเผือก
นอกจากชาวมุสลิมที่มีเชื้อสายปากีสถานแล้ว ยังมีชาวมุสลิมอีกส่วนหนึ่งที่เป็นเชื้อสายปาทาน ได้เดินทางเข้ามาสมทบในภายหลังจากหลายๆ สถานที่ ได้แก่ประเทศอัฟกานิสถาน ปากีสถาน พม่าและอินเดีย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย เลี้ยงสัตว์ เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านมัสยิดช้างเผือก

เฉพาะชุมชนช้างคลาน กลุ่มชาวปากีสถานกลุ่มแรกที่อพยพผ่านประเทศพม่าเข้ามา ได้แก่ นายมูฮำหมัด อุสมาน อาลี เมยายี ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกในการก่อตั้งชุมชนมุสลิมย่านมัสยิดช้างคลานโดยร่วมกับนายซาฟัดอาลีแตนดอน

นายอุสมาน มูฮำหมัด อุสมาน อาลี เมยายี เกิดที่เมืองร่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยบรรพบุรุษโยกย้ายจากเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย มาค้าขายในเมืองร่างกุ้ง ประเทศพม่า ได้ยึดอาชีพค้าขายโดยมีกองคาราวานปศุสัตว์ระหว่างประเทศพม่าและเมืองทางภาคเหนือของไทย ต่อมาได้อพยพครอบครัวมาอยู่เมืองเชียงใหม่ โดยเริ่มตั้งบ้านเรือนที่ใกล้วัดทรายมูลเมือง ด้านในคูเมืองเชียงใหม่ ต่อมาได้โยกย้ายครอบครัวมาอยู่ริมน้ำปิงฝั่งตะวันตกเขตตำบลช้างคลาน สมัยนั้นเรียกว่า ท่าปู่ก้อน ซึ่งเป็นบริเวณถนนเจริญประเทศในปัจจุบัน ซึ่งบริเวณแห่งนี้เป็นท้องทุ่งนาอุดมสมบูรณ์สำหรับการเลี้ยงสัตว์ ต่อมาเมื่อมีชาวมุสลิมอพยพมามากขึ้นจึงได้ร่วมกันสร้างมัสยิดขึ้นด้วยวัสดุไม้ไผ่หลังคามุงแฝก ใช้เป็นสถานที่นมาซ อันเป็นศาสนบัญญัติสำคัญของชาวมุสลิมที่ทุกคนต้องกระทำทุกวันๆละ ๕ เวลา และใช้เป็นที่สอนคำสอนของศาสนาอีกด้วย นายอุสมานเมยายีเป็นครูผู้สอนและได้รับเลือกจากสมาชิกในชุมชนให้ดำรงตำแหน่ง อิหม่าม เป็นคนแรกของชุมชนมุสลิมแห่งแรกของเชียงใหม่

ต่อมาที่ดินบริเวณ ท่าปู่ก้อนถูกน้ำเซาะตลิ่งพังลงทุกปี จึงได้ย้ายมัสยิดจากที่เดิมมายังที่แห่งใหม่ซึ่งเป็นที่ดินที่ได้รับการบริจาคจากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในขณะนั้น เนื้อที่ ๓ งานเศษ คือ บริเวณที่ตั้งมัสยิดในปัจจุบัน(ซอย ๑๓ ถนนเจริญประเทศ) นายอิสมาน เมยายี ได้สร้างมัสยิดขึ้นใหม่ อาคารทำด้วยไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงกระเบื้องดินเผา

สำหรับนายอิสมาน เมยายี ผู้นำของชาวมุสลิมช้างคลานผู้นี้ได้รับความเคารพนับถือทั่วไป อีกทั้งทางราชการได้แต่งตั้งให้เป็นกำนันตำบลช้างคลาน มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนทั่วไปอีกด้วย หลังจากนายอิสมาน เมยายี เสียชีวิตไปแล้ว รุ่นลูกยังคงสืบสานหลักคำสอนทางศาสนาอย่างมั่นคงต่อไป คือ แม่อุ๊ยดำ(นางอาอีซะฮ์) , แม่อุ๊ยน้อย และแม่เรียม

ต่อมาปี พ.ศ.๒๔๕๓ มีการสร้างมัสยิดหลังใหม่ให้กว้างขวางกว่าเดิม ผู้นำหลัก คือ แม่เรียม และลูกหลาน คือ นายคำ มะหะหมัด , พญาผดุงกิจ(ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนศรีจันทร์ดร ต้นตระกูลศรีจันทร์ดร) บุตรของนายซาฟัด อาลี ทันดอล , นายบุกซู ต้นตระกูลศรีอรุณ , นายอารีม ต้นตระกูลมูตีเมีย ร่วมกับชุมชนสร้างมัสยิดหลังใหญ่กว้าง ๑๐ ศอก ยาว ๒๖ ศอก มีระเบียงและมุขด้านหน้า

ปี พ.ศ.๒๕๐๙ มีการก่อสร้างมัสยิดหลังใหญ่ดังปัจจุบัน(มรดกศาสนาเชียงใหม่ภาค ๑:ประวัติและพัฒนาการศาสนาในเชียงใหม่,๒๕๔๐)

ติดถนนระแกงเป็นชาวบ้านมุสลิม ๓ บ้านหลักๆ คือ บ้านนายมา ศรีจันทร์ดร อยู่บริเวณมุมถนนถัดไปคือบ้านนางดา-นายหยา ศรีจันดร นางดาทำงานบริษัทซิงเกอร์ เลยไปคือบ้าน มาสเซอร์สมาน ยอนตระกูล ภรรยา ชื่อ นางบี ศรีจันทร์ดร พื้นที่กว้างไปจดถนนช้างคลาน

บ้านหนึ่งคือ บ้านของมาสเซอร์สมาน ยอนตระกูล อดีตครูสอนโรงเรียนมงฟอร์ต วิทยาลัย มีลูกศิษย์มากมาย บิดาของมาสเซอร์สมานอพยพมาจากประเทศปากีสถานและมาแต่งงานกับแม่ซึ่งเป็นชาวหนองช้างคืน จังหวัดลำปาง ครอบครัวนับถือศาสนาอิสลาม มีพี่น้องรวม ๒ คน คือ นายบุญมา และมาสเซอร์สมาน ยอนตระกูล วัยเด็กมาสเซอร์สมานต้องมาอาศัยอยู่กับญาติ คือ นายคำ นานามะหะหมัด น้องชายของพ่อเนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิต นายคำ นานามะหะหมัด มีอาชีพค้าขายผ้ามีร้านอยู่ที่ถนนท่าแพ ฐานะร่ำรวย ไม่มีภรรยาจึงนำหลานทั้งสองมาเลี้ยงดูที่บ้านของตัวเองที่ถนนเจริญประเทศแห่งนี้ ด้านหนึ่งติดถนนช้างคลาน เนื้อที่ ๔ ไร่เศษ ก่อนหน้านี้เล่าว่าที่ละแวกโรงแรมแชงกรีล่าก็เป็นที่ของนายคำ ผู้นี้

มาสเซอร์สมานเข้าเรียนที่โรงเรียนมงฟอร์ต ใกล้บ้าน หลังจากจบชั้นมัธยม ๓ แล้วได้บรรจุเป็นครูสอนที่โรงเรียนมงฟอร์ตเรื่อยมา สอนวิชาพลศึกษา จนเกษียณอายุราชการ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๐ ขณะอายุ ๘๔ ปี ด้านครอบครัวสมรสกับนางดี บุตรธิดา ๖ คน คือ นางสุจินตนา ภู่ประเสริฐ , น.ส.วารุณี ยอนตระกูล , นายวีรศักดิ์ ยอนตระกูล , นายจักรกฤษ ยอนตระกูล , นายวิสูตร ยอนตระกูลและนายรัศมี ยอนตระกูล(นางสุจินตนา ภู่ประเสริฐ,สัมภาษณ์)

ย่านมุสลิมเจริญประเทศต่อเนื่องกับช้างคลาน ตระกูลใหญ่ คือ ตระกูล “ศรีจันทร์ดร”

ต้นตระกูลเป็นผู้ที่ร่วมมีบทบาทในการก่อตั้งชุมชนมัสยิดช้างคลานรุ่นบุกเบิกคือ นายซาฟัด อาลี ทันดอล ซึ่งก็คือ นายซอฟัร อารี แตนด้อส หรือพญาศรีจันทร์ดร ต้นตระกูล ศรีจันทร์ดร

นอกจากประกอบอาชีพเลี้ยงวัวแล้ว นายซอฟัร อารี แตนด้อส ยังเป็นผู้นำชาวบ้านเชื้อสายอินเดียในย่านนี้ด้วย โดยทำหน้าที่เป็น เฮดแมน ขึ้นต่อรัฐบาลอังกฤษที่มาตั้งกงสุลอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ การขึ้นตรงต่อกงสุลอังกฤษในลักษณะนี้จึงเชื่อได้ว่าได้รับสิทธิพิเศษ ไม่ถูกก้าวก่ายจากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในสมัยนั้นได้ระดับหนึ่ง

สายญาติบางคนมีข้อมูลว่า นายซอฟัร อารี แตนด้อส ผู้นี้เองได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ว่า “พญาศรีจันทร์ดร” ซึ่งเป็นต้นตระกูลของ “ศรีจันทร์ดร” และแตกไปยังตระกูลรุ่นลูกรุ่นหลานด้วย
นายซอฟัร อารี แตนด้อส หรือพญาศรีจันทร์ดรผู้นี้ต่อมาได้เสียชีวิตที่ประเทศอินเดีย ซึ่งลูกหลานเชื่อว่าถูกเรียกตัวไปราชการที่ประเทศอินเดียจนเสียชีวิต หลังจากนั้นทางกงสุล อังกฤษได้แจ้งให้ญาติพี่น้องทราบและดำเนินการเรื่องแบ่งทรัพย์สินสู่ทายาท อีกทั้งแต่งตั้งให้บุตรชายคนโต ทำหน้าที่ เฮดแมน หรือผู้นำแทน

รุ่นลูกของพญาศรีจันทร์ดร(นายซอฟัร อารี แตนด้อส) รวม ๘ คน คือ

๑.นายเจ้า ศรีจันทร์ดร ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นพญาราชผดุงกิจ เจ้าของที่ดินบริเวณหมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์เดิม ต้นสกุล “ผดุงกิจ” แต่งงานนางต่อน เชื้อสายไทเขิน บุตรธิดา คือ นางจันทร์ , นางเกี๋ยง , นางมา , นางหมา , นางต๋า , นายมดและนางบียาน

๒.นายซอดมูลุก ๓.นายเต๋า ศรีจันทร์ดร แต่งงานกับนางปุ๊ด
๔.นายหลั่น ศรีจันทร์ดร ๕.นายมิตร ศรีจันทร์ดร
๖.นางคา ศรีจันทร์ดร ๗.นายเดา ศรีจันทร์ดร
๘.นายมูจา ศรีจันทร์ดร

รุ่นลูกของพญาศรีจันทร์ดร คนที่ ๒ คือ นายซอดมูลุก เป็นกำนันตำบลช้างคลาน และเป็นคนของกงสุลอังกฤษ หากกงสุลมีงานมักมาเชิญไปร่วม บ้านเดิมของนายซอดมูลุกเป็นบ้านไม้หลังใหญ่ หันหน้าไปทางถนนเจริญประเทศ ด้านหลังเป็นบ้านนายเดา น้องชายซึ่งอยู่ติดถนนช้างคลาน

นายซอด มูลุก แต่งงานกับนางบุญมี บุตรธิดา คือ

๑.นายอินตา ศรีจันทร์ดร ๒.นางบุญปั๋น นานา

๓.นายอ๊อด ศรีจันทร์ดร ๔.นายสิน ศรีจันทร์ดร

๕.นางคำปุ๋ย ศรีจันทร์ดร ๖.นายเย ศรีจันทร์ดร

นายสิน ศรีจันทร์ดร บุตรชายคนที่ ๔ ของนายซอด มูลุก ทำหน้าที่เป็นกำนันต่อจากนายซอดมูลุก แต่งงานกับนางบัวชุม ทิพยมณฑล บุตรสาวของพญาอินทนุรักษ์ ทำหน้าที่คุมเงินของเจ้าแก้วนวรัฐ บ้านอยู่บ้านกองทราย

รุ่นลูกของกำนันสิน คือ นางทองคำ เงาโสภา(แต่งงานกับมาสเซอร์เฮง เงาโสภา) , นางวสันต์ ศรีจันทร์ดร(เสียชีวิต) , นายวิสูตร ศรีจันทร์ดร และนายวิสิษฐ์ ศรีจันทร์ดร(เสียชีวิต).

พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.จร.เชียงใหม่
(ข้อมูลเพิ่มเติมแจ้งได้ที่ anunernhard@hotmail.com)>

   ขอบคุณ หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์
   ลิงค์บทความ

ผู้เขียน: muslimlanna

คู่ต้อสู้ สิงโตพบเจอกับหมาบ้าตัวหนึ่ง มันรีบหลบหมาบ้าตัวนั้น ลูกสิงโตเห็นพ่อสิงโตทำเช่นนั้น มันรู้สึกผิดหวังในตัวพ่อสิงโตมาก “พ่อครับ พ่อกล้าต่อกรกับเสือและซีต้า แต่วันนี้พ่อกลับหลบหมาบ้าธรรมดาๆตัวหนึ่ง ผมละขายหน้าแทนพ่อจริงๆ” พ่อสิงโตจึงเอ่ยกับลูกว่า “ลูกเอ๋ย กัดกับหมาบ้าชนะมันน่าภูมิใจนักหรือ?” ลูกสิงโตส่ายหัว “หากโดนหมาบ้ากัดเสียหายไหม?” ลูกสิงโตพยักหน้า “ในเมื่อมันไม่คุ้มค่า เราจะเผชิญหน้ากับหมาบ้าให้เปลืองแรงเปลืองใจไปทำไมล่ะ?” อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ไม่ใช่ใครๆก็คู่ควรเป็นคู่ต้อสู้ของเรา ยิ้มแล้วเดินจากไป ดีกว่าปล่อยให้มันกัดเอา เพราะคนที่พร้อมจะกัดกับหมาบ้ามีอยู่ถมเถไป!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s