แกะรอยมุสลิมพม่า ประชาชาติที่ถูกลืม

แกะรอยมุสลิมพม่า ประชาชาติที่ถูกลืม
   หากจะพูดถึงประชากรพม่า ส่วนใหญ่ก็จะคิดถึงชนกลุ่มน้อย และรัฐบาลทหารพม่า และ หากพูดถึงมุสลิมในพม่า ส่วนใหญ่ก็จะโฟกัสไปที่ ชาวโรฮิงยา ในรัฐอาระกัน

Bengali_Sunni_Jameh_Mosque,_Yangon

มัสยิดกลาง(สายสุนี่)ณ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า

เช่นเดียวกันกับมุสลิมในประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็จะพุ่งไปที่พื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดของมุสลิมในประเทศไทย เพราะมุสลิมในประเทศไทย อาศัยกระจัดกระจายไปทั่วประเทศของทุกภาค  มิต่างจากประเทศพม่า ที่มีประชากรนับถือศาสนาอิสลาม ก็กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศพม่าเช่นกัน

ดร.อดิศักดิ์ อัสนิมานะ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทสไทย ตัวแทนจากจังหวัดตาก เปิดเผยกับ”AlamiChannel” ว่า เหตุการณ์ปะทะระหว่างชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่า ส่งผลให้ประชาชนอพยพหนีตายจากฝั่งจังหวัดเมียวดี ประเทศพม่าเข้ามาฝั่งไทยจำนวนมาก ในจำนวนนี้รวมถึงประชาชนพม่าที่นับถือสาสนาอิสลามด้วย

” ภาพรวมคาดว่า ประชากรพม่าที่นับถือศาสนาอิสลามมุสลิมในพม่า โดยเฉพาะชาวโรฮิงยา ในรัฐอาระกันมีประมาณ 2 ล้านคน ขณะที่ภาพรวมมุสลิมพม่า น่าจะมีประมาณ1ใน 5ของประชาการทั้งหมด หรือประมาณ 30 ล้านคน แต่ตัวเลขนี้ ยังไม่มีใครยืนยันว่า ประชาการพม่าจริงๆมีเท่าไหร่”ดร.อดิศักดิ์ กล่าวและว่า

สำหรับจังหวัด เมียวดี เองมีมุสลิมไม่น้อย หรือประมาณ1ใน4 ของประชาชนเมียวดี ทั้งนี้ในเมียวดี ยังมีมัสยิดประจำจังหวัดเมียวดี ซึ่งถือว่าเป็นมัสยิดขนาดใหญ่

mosque,Mandalay,Myanmar

               มัสยิดที่เมืองมันฑะเลย์ ในพม่า 

ในส่วนของผู้อพพยลี้ภัยสงครามจากเมียวดี มีทั้งชนกลุ่มน้อย และชาวพม่า ในจำนวนนี้รวมถึงชาวพม่าที่นับถือศาสนาอิสลามหรือมุสลิมพม่า โดยองค์กรมุสลิมแม่สอด รวมถึงคระกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและชุมชนและมัสยิดได้เข้าไปช่วยเหลือ ด้านอาหาร และควาามเป็นอยู่ ”

ดร.อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับความเป็นอยู่ของมุสลิมในประเทศพม่า มีหลายส่วน ไม่นับรวมถึงชาวอาระกัน ที่รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับ ว่าเป็นคนพม่า ขณะที่เขาเองก็ไม่ยอมรับในรัฐบาลพม่าเช่นกัน ทำให้สภาพความเป็นอยู่ที่ลำบาก จึงต้องอพยพออกนอกประเทศ ตามที่เป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง

“มุสลิมในพม่า ส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขายและนักธุระกิจ ซึ่งในเรื่องความเป็นอยู่ของมุสลิมในพม่า แม่ว่าจะมีการกัดกันบ้างแต่ภาพรวมถือว่า ยังได้รับการปฎิบัติด้วยดีจากรัฐบาล จะสังเกตุได้จาก มีมัสยิดจำนวนมากในพม่า เพียงแต่มุสลิมพม่าเอง ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า เป็นผู้รักประเทศพม่าเช่นกัน”  ดร.อดิศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายบัณฑิต สะมะอุน อดีตนักวิจัยจากสถาบันเอเซียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า มุสลิมในพม่า มีหลายเชื้อชาติ ในจำนวนนี้มาจากบังคลาเทศ ปากีสถาน และอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่แถบทางตะวันตกของพม่า โดยกลุ่มนี้จะเข้ามาในลักษณะของทหารรับจ้างในอดีต  ซึ่งจะเห็นว่าบางกลุ่มยังพูดถิ่น หรือภาษาอูรดู

mosque

นอกจากนี้ ยังมี มุสลิมจีน ที่หนีจากประเทศจีนตอนใต้ ลงเข้ามาอาศัยในพม่า ในสมัยที่กองพล 93แตก ซึ่งส่วนใหย่อยู่ทางตอนเหนือของพม่า หรือมีพรมแดนติดพม่า-จีน ในจำนวนนี้พบว่า บางกลุ่มยังมีเชื้อสายมลายูรวมอยู่ด้วย แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่า อาศัยในพื้นที่ไหนบ้าง

      “ปัญหามุสลิมพม่า ถูกกดขี่ นั้ยอย่างมองว่า เฉพาะมุสลิมเท่านั้นที่ถุกกดดขี่ แต่ยังหมายรวมถึงผู้ที่มี่ความเชื่ออื่นๆเช่น พระ หรือนักเผยแพร่ศาสนาในศาสนาอื่นๆด้วย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีนักวิชาการคนใดศึกษาเรื่องราวของมุสลิมพม่าอย่างจริงจัง ทำให้มีข้อมูลของมุสลิมพม่าน้อยมาก” นายบัญฑิต กล่าว

               ขณะที่นักนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ จากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกคนหนึ่งให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาเคยมีการวิจัยเรื่องมุสลิมพม่าอยู่บ้าง แต่นานมานแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องประวัติศาสตร์ของอาณาจักรอาระกัน ซึ่งเท่าที่ทราบ มีนักวิจัยชาวต่างชาติ 2คน ที่ศึกษาเรื่องนี้ คือ แอนดรู เชล ชาวออสเตรเลียและ เบอร์ชิล ลินเนอร์

ทั้งนี้สาเหตุที่ยังไม่สามารุเข้าไปศึกษาไดเนื่องจากการการเข้าชุมชนยาก  รวมถึงไม่มั่นใจความปลอดภัยด้วย

เท่าที่ทราบในพม่า ก็มีมัสยิดทุกเมืองและทุกชุมชน อีกทั้งยังมีปอเนาะในการเรียนการสอนษสนาอีกด้วย”นักวิจัยคนดังกล่าวระบุ

ทั้งนี้เขาบอกถึงประสบการณ์ที่เคยไปเที่ยวพม่า ว่า จากการสำรวจพบว่า แม้ว่าจะมีการกีดกันทางด้านศาสนาอยู่บ้างแต่ ที่ผ่านมาพบว่า ยังมีชุมชนมุสลิมในพม่าในหลายแห่ง ซึ่งในจำนวนนี้ ชุมชนตลาดอองซาน ในเมืองย่างกุ้ง นับว่าเป็นชุมชนใหญ่ มีร้านค้าขาย ข้าวหมก ชาชัก และอาหารนับ10ร้าน

ทั้งหมดน่าจะบ่งบอกให้เห็นว่า มุสลิมพม่า แม้ว่าจะมีข่าวเรื่องกีดกันและการกดขี่ แต่ในยามที่บ้านเมืองสงบ คนจำนวนมากเ หล่านี้ยังสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปรกติ

คัดลอกจาก สำนักข่าว Alami  

http://www.thealami.com/main/content.php?page=news&category=5&id=135

ผู้เขียน: muslimlanna

คู่ต้อสู้ สิงโตพบเจอกับหมาบ้าตัวหนึ่ง มันรีบหลบหมาบ้าตัวนั้น ลูกสิงโตเห็นพ่อสิงโตทำเช่นนั้น มันรู้สึกผิดหวังในตัวพ่อสิงโตมาก “พ่อครับ พ่อกล้าต่อกรกับเสือและซีต้า แต่วันนี้พ่อกลับหลบหมาบ้าธรรมดาๆตัวหนึ่ง ผมละขายหน้าแทนพ่อจริงๆ” พ่อสิงโตจึงเอ่ยกับลูกว่า “ลูกเอ๋ย กัดกับหมาบ้าชนะมันน่าภูมิใจนักหรือ?” ลูกสิงโตส่ายหัว “หากโดนหมาบ้ากัดเสียหายไหม?” ลูกสิงโตพยักหน้า “ในเมื่อมันไม่คุ้มค่า เราจะเผชิญหน้ากับหมาบ้าให้เปลืองแรงเปลืองใจไปทำไมล่ะ?” อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ไม่ใช่ใครๆก็คู่ควรเป็นคู่ต้อสู้ของเรา ยิ้มแล้วเดินจากไป ดีกว่าปล่อยให้มันกัดเอา เพราะคนที่พร้อมจะกัดกับหมาบ้ามีอยู่ถมเถไป!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s