รู้จักมุสลิม ” เมืองสามหมอก”เมืองชายแดนไทย-พม่า

รู้จักมุสลิม ” เมืองสามหมอก”เมืองชายแดนไทย-พม่า
โดย ชุมพล ศรีสมบัติ
003-5264848_242016805808320_100000000065230_1065362_3134443_n หลายท่านคงเคยได้ยิน คำขัวญ ที่ว่า ” กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดีประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง” ครับแน่นอน ที่นี่ คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดชายแดนจังหวัดหนึ่ง ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับสหภาพพม่า ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกสุดของภาคเหนือ โดยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 924 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 12,681.259 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันแบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ คือ อำเภอเมือง แม่สะเรียง ขุนยวม ปาย แม่ลาน้อย สบเมย และปางมะผ้า
ชาติชาย น้อยสกุล อีหม่ามชาติชาย(อุสมาน) น้อยสกุล
แม่ฮ่องสอนได้ชื่อว่า เมืองสามหมอก เนื่องจากเป็นเมืองในหุบเขา ล้อมรอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนทอดขนานไปกับทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแดนลาว ดังนั้น จึงถูกปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติของเทือกเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้นานาพันธุ์จน มีคำกล่าวว่าเปรียบเสมือนกับเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเมืองไทย ณ ดินแดนแห่งนี้ มีพี่น้องชาวมุสลิมซึ่งส่วนใหญ่จะมีเชื่อบังคลาเทศ  หรือเป็นมุสลิมที่อพยพมาจากพม่า และปากีสถาน รวมถึงอินเดีย มารวมกลุ่มเป็นชุมชน มีอยู่ประมาณ 1,300 คน โดยกระจายตัวอยู่ตามอำเภอต่างๆ เกือบทุกอำเภอ ส่วนใหญ่มุสลิมที่นี่ จะมีอาชีพค้าขายและรับราชการ ขณะที่วิถีความเป็นมุสลิมของคนที่นี่ สภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างมีชีวิตแบบพอเพียง มีความรัก ความสามัคคี มีการเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างกันมิได้ขาดเสมือนหนึ่งเรือนร่างเดียวกัน และยังคงรักษาอัตลักษณ์อันงดงามนี้ไว้ อย่างมิเสื่อมคลาย
10386  2010-05-24_21-39-27_022-1
มัสยิดญามีอาตุลอิสลาม แม่สะเรียง           มัสยิดอัลอิสรอ  อ.ปาย
         จากข้อมูลคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่า ปัจจุบันมีมัสยิดที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย มัสยิดญามีอาตุลอิสลามตั้งอยู่ใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2500 มีสัปปบุรุษจำนวน 1,080 คน หรือประมาณ120ครัวเรือน มี นายโกวิท เจ้าดูรี เป็นอิหม่าม นับว่าเป็นมัสยิดแห่งแรกและพี่น้องมุสลิมอยู่มากที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มัสยิดอัลอิสรอ ตั้งอยู่ที่ อ.ปาย จดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดเมื่อปีพ.ศ. 2532 มีสัปปบุรุษ จำนวน 200 คน หรือประมาณ 40 ครอบครัว มีนายสมชาย บุษกร เป็นอิหม่าม มัสยิดนูรุตตักวา ตั้งอยู่ใน อ.เมืองแม่ฮ่องสอน มีสัปบุรุษจำนวน 50 คน หรือประมาณ15 ครอบครัว มี นายชาติชาย น้อยสกุล เป็นอิหม่าม
       ซึ่งทางมัสยิดนูรุตตักวา ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 39 ถนนปางล้อนิคม ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของพี่น้องอิสลามมิกชน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 และเป็นมัสยิดของอำเภอเมือง เพียงแห่งเดียว ที่จะใช้รองรับพี่น้องมุสลิมที่มาจากต่างแดน โดยเฉพาะในฤดูกาลท่องเที่ยวของแต่ละปี และได้ดำเนินการขออนุญาตจดทะเบียนมัสยิดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2549 และเปิดอาคารมัสยิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 โดย ท่านอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี
         อิหม่าม ชาติชาย น้อยสกุล อีหม่ามมัสยิดนุรุตตักวา จ .แม่ฮ่องสอน บอกว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่ 38 ของประเทศไทย ที่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เป็นไปตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 โดยมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชุดปัจจุบัน จำนวน 11 คน มีนายสุริยา (อุสมาน) อร่ามวงค์ เป็นประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และดำรงตำแหน่งกรรมการกลางอิสลามประจำประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมี นายชาติชาย น้อยสกุล และ นายวันชัย บุษกร เป็นรองประธานคณะกรรมการ นายวิเชียร พูนวานิช เป็นเลขานุการ และ มีสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตั้งประจำอยู่ที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน
       อิหม่าม ชาติชาย บอกว่า มุสลิมในจังหวัดแม่ฮ่องสอน แม้ว่าจะมีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ แต่พวกเราดำเนินชีวิตอยู่ในแนวทางของศาสนาอิสลาม ตามแบบอย่างของศาสดาได้อย่างมั่นคง และสามารถอยู่ร่วมกับพี่น้องต่างศาสนิก ต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา และต่างวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี
Advertisements

เกี่ยวกับ muslimlanna

คู่ต้อสู้ สิงโตพบเจอกับหมาบ้าตัวหนึ่ง มันรีบหลบหมาบ้าตัวนั้น ลูกสิงโตเห็นพ่อสิงโตทำเช่นนั้น มันรู้สึกผิดหวังในตัวพ่อสิงโตมาก “พ่อครับ พ่อกล้าต่อกรกับเสือและซีต้า แต่วันนี้พ่อกลับหลบหมาบ้าธรรมดาๆตัวหนึ่ง ผมละขายหน้าแทนพ่อจริงๆ” พ่อสิงโตจึงเอ่ยกับลูกว่า “ลูกเอ๋ย กัดกับหมาบ้าชนะมันน่าภูมิใจนักหรือ?” ลูกสิงโตส่ายหัว “หากโดนหมาบ้ากัดเสียหายไหม?” ลูกสิงโตพยักหน้า “ในเมื่อมันไม่คุ้มค่า เราจะเผชิญหน้ากับหมาบ้าให้เปลืองแรงเปลืองใจไปทำไมล่ะ?” อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ไม่ใช่ใครๆก็คู่ควรเป็นคู่ต้อสู้ของเรา ยิ้มแล้วเดินจากไป ดีกว่าปล่อยให้มันกัดเอา เพราะคนที่พร้อมจะกัดกับหมาบ้ามีอยู่ถมเถไป!
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s