เชียงใหม่ กับ วิถีแห่งการอยู่ร่วมในสังคมพหุวัฒนธรรม

13487815_1212917632051561_681838833_n
โดย ชุมพล ศรีสมบัติ
“ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่า นครพิงค์” นี่เป็นคำขัวญประจำเมืองนครพิงค์ เชียงใหม่มีอายุครบ 720 ปีแล้วในปี2559 เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์รวมแห่งความเจริญทางศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. ๑๘๓๙ พญามังรายได้ทรงปรึกษากับพระสหายคือพญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหงในการสร้างเมืองใหม่ในบริเวณที่ราบดอยสุเทพ ให้เป็นเมืองหลวง ของอาณาจักรล้านนา จึงทรงสถาปนาเมืองเชียงใหม่ขึ้น โดยมีชื่อเต็มว่า นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ หรือ เวียงพิงค์ เชียงใหม่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีประเพณีและวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง รวมทั้งมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วย ที่เป็นเช่นนี้ สืบเนื่องมาจากการที่เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซ้ำยังเคยเป็นราชธานีและเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้านของอาณาจักรล้านนา
        จึงทำให้เชียงใหม่รับเอาวัฒนธรรมจากต่างถิ่นเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมของตน รวมทั้งยังได้รับวัฒนธรรมจากพระพุทธศาสนา คริสต์ศาสนา อิสลาม เข้ามาอีกทอดด้วย จึงทำให้เชียงใหม่มีการผสมผสานหล่อหลอมวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่กลายมาเป็นวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตนในจังหวัดเชียงใหม่มีมุสลิมที่มีเชื้อสายจีน เชื้อสายอืนเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน มาลายู ซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาอยู่ในเชียงใหม่กว่า 150 ปี จึงก่อเกิดวัฒนธรรม ประเพณีวัฒนธรรมที่หลากหลาย เรียกได้ว่า เป็นพูหุวัฒนธรรม ที่ซ้อนกันอยู่หลายชั้น
         มัสยิดในเชียงใหม่ มีจำนวนถึง 17 มัสยิด ครอบคลุมพื้นที่ ทั่วอาณาบริเวณ มีมัสยิด ในพื้นที่ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย ซึ่งสัปปุรุษ์ส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีนยูนนาน จำนวนถึง 5 มัสยิด ที่เหลือก็กระจายในพื้นที่ อำเภอเมือง 6 แห่ง อำเภอสันกำแพง 3 อำเภอสันป่าตอง และอำเภอดอย อีกอำเภอละหนึ่งมัสยิดซึ่งแต่ละมัสยิด ก็ตั้งอยู่ในพืื้นที่ ที่มีพี่น้องต่างศาสนิกอยู่รายรอบ แต่กลับอยู่ด้วยกันอย่างสงบ สันติมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงความเข้าใจ ในสังคมที่มีความต่าง แตกต่างมิแตกแยก
            ในช่วงรอมฎอน เป็นอีกเดือนหนึ่ง ที่มุสลิมในจังหวัดเชียงใหม่ทุกมัสยิดจัดเลี้ยงละศีลอด โดยพี่น้องในพื้นที่สลับสับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ จึงทำให้เดือนนี้เป็นเดือนที่ผู้คนแข่งขันกันทำความดี เพื่อสนองตอบต่อคำบัญชาใช้ของศาสนา ในการให้อาหารแก่ผู้ละศีลอด ซึ่งแน่นอนผลบุญคุณคุณค่าในการกระทำดีในเดือนนี้ย่อมเพิ่มผลมากมายกว่าวันหรือเดือนปกติ ผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนพี่น้องตามมัสยิดต่างๆในพื้นที่ เราได้พบกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พบกับการต้อนรับ ที่ประทับใจของเจ้าของบ้านแต่ละพื้นที่ ถึงแม้นจะอ่อนเพลียจากการถือศีลอดมาทั้งวัน แต่น้ำใจของพี่น้องก็หาเหือดแห้งเลยแม้นแต่น้อย
        อาหารละศีลอดแต่ละมัสยิด น่าสนใจ สะท้อนถึงวิถีวัฒนธรรม ที่มีการผสมกลมกลืนกับถิ่นล้านนา บนโต๊ะอาหาร เราจะเห็นเมนูที่หลากหลาย อาจกล่าวได้ว่าในหนึ่งสำหรับ ประกอบด้วยอาหารนานาชาติ อาทิ อาหารล้านนา น้ำพริกอ๋อง ลาบแกงอ๋อม น้ำพริกหนุ่ม ยังผสมผสานด้วยอาหารอินเดีย ไม่ว่าเป็นแกงมัสร่า อาจาดโรตี ส่วนอาหารจีนของพี่น้องมุสลิมเชื้อสายจีนยูนนานก็จะมี แกงข้าวแป้ง อาหารยอดฮิตที่ทุกมัสยิด ทำกินกัน มากมายหลายเมนูให้ได้ชิมกัน สะท้อนให้เห็นถึงความกลมกลืน กับ แผ่นดินเกิดของมุสลิมในเชียงใหม่อย่างชัดเจน
           นอกจากนั้น มัสยิดส่วนใหญ่ ยังจัดกิจกรรม เชิญพี่น้องต่างศาสนิกมาร่วมเรียนรู้วิถีรอมฏอน โดยเชิญผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนมาร่วมรับประทานอาหาร สร้างความรัก ความเข้าใจ ในวิถีปฏิบัติของชาวมุสลิม ซึ่งมีการปฏิบัติเช่นนี้กันทุกปี เดือนรอมฎอน นอกจาก การได้ปฏิบัติในคำสั่งใช้ของศาสนาของพี่น้องมุสลิม ยังเป็นโอกาส ที่พี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่ เผยแพร่คำสอน ความมีน้ำใจสู่การเอื้ออาทร ที่หยิบยื่นให้กับ พี่น้อง ร่วมชาติต่างศาสนิก ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมของมัสยิด
13472161_1212915702051754_2036254545_n
             ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี จากมหาวิทยาลัยพายัพเชียงใหม่ ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า “สังคมพหุวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่การมีคนต่างกัน ไม่ใช่แค่มีคนต่างศาสนา ไม่ใช่มีคนต่างความคิดมาอยู่ร่วมกัน แต่ต้องมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันและกัน การอยู่รวมกันในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่มีการทำความเข้าใจต่อกัน ไม่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันเลย ไม่ใช่สังคมพหุวัฒนธรรม สันติสุขจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากแต่ละศาสนาไม่สัมพันธ์กัน แม้ว่ามนุษย์จะต่างกันในเรื่องความเชื่อทางศาสนา แต่การสัมพันธ์กันของคนในสังคมที่มีคววามเชื่อที่ต่างกันนั้น ไม่ใช่การร่วมกันทางความเชื่อ พิธีกรรมของแต่ละศาสนา แต่หมายถึงในด้านทั่วไปที่ไม่ก้าวก่ายในเรื่องความเชื่อความศรัทธา”
 ข่าวมุสลิมเชียงใหม่ออนไลน์

 

Advertisements

เกี่ยวกับ muslimlanna

คู่ต้อสู้ สิงโตพบเจอกับหมาบ้าตัวหนึ่ง มันรีบหลบหมาบ้าตัวนั้น ลูกสิงโตเห็นพ่อสิงโตทำเช่นนั้น มันรู้สึกผิดหวังในตัวพ่อสิงโตมาก “พ่อครับ พ่อกล้าต่อกรกับเสือและซีต้า แต่วันนี้พ่อกลับหลบหมาบ้าธรรมดาๆตัวหนึ่ง ผมละขายหน้าแทนพ่อจริงๆ” พ่อสิงโตจึงเอ่ยกับลูกว่า “ลูกเอ๋ย กัดกับหมาบ้าชนะมันน่าภูมิใจนักหรือ?” ลูกสิงโตส่ายหัว “หากโดนหมาบ้ากัดเสียหายไหม?” ลูกสิงโตพยักหน้า “ในเมื่อมันไม่คุ้มค่า เราจะเผชิญหน้ากับหมาบ้าให้เปลืองแรงเปลืองใจไปทำไมล่ะ?” อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ไม่ใช่ใครๆก็คู่ควรเป็นคู่ต้อสู้ของเรา ยิ้มแล้วเดินจากไป ดีกว่าปล่อยให้มันกัดเอา เพราะคนที่พร้อมจะกัดกับหมาบ้ามีอยู่ถมเถไป!
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s